









ซีรีส์เที่ยวโตเกียว ยังไม่จบแค่เที่ยวตลาดปลา เราแวะมามูกันด้วยที่ Tsukiji Hongwanji หรือ วัดสึกิจิฮงกันจิ (築地本願寺) เป็นวัดพุทธนิกาย โจโดชินชู สายฮงกันจิ (浄土真宗本願寺派) และเป็นวัดสำคัญของนิกายนี้ในภูมิภาคคันโต มีประวัติยาวนานกว่า 400 ปีเลย
วัดแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1617 ใกล้กับอาซากุสะ แต่ถูกทำลายลงในเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปี 1657 รัฐบาลจึงจัดสรรพื้นที่ให้สร้างวัด แต่ในเวลานั้นพื้นที่บริเวณนั้นยังเป็นทะเล เหล่าผู้ศรัทธาและชาวประมงจึงช่วยกันถมทะเลและสร้างพื้นที่สำหรับวัดขึ้นมา จนกลายเป็นที่มาของชื่อ “สึกิจิ” (築地) ซึ่งมีความหมายเกี่ยวกับ “พื้นที่ที่สร้างหรือถมขึ้นมา”
แปลกใจมั้ยคะว่าวัดนี้ไม่เหมือนวัดญี่ปุ่นทั่วไปเลย เพื่อนญี่ปุ่นก็รีบอธิบายเลยว่า หลังจากเหตุการณ์ไฟไหม้ วัดก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักเป็นครั้งที่สองจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวคันโตปี 1923 ซึ่งทำให้เกิดเพลิงไหม้อาคารสักการะหลัก ทางวัดจึงสร้างอาคารใหม่ให้แข็งแรงทนทานซะเลย
สิ่งที่โดดเด่นคือ การออกแบบผสมผสาน โดยอิโต ชูตะ (伊東忠太) สถาปนิกและนักประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมชื่อดังแห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว นำแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมพุทธโบราณของอินเดียและเอเชีย ต้นกำเนิดของศาสนาพุทธ มาออกแบบสถาปัตยกรรมภายนอก ในขณะที่การออกแบบโครงสร้างภายในวัดนั้นเป็นไปตามรูปแบบของนิกายโจโดชินชู (สุขาวดีแท้) ทำให้ด้านหน้าของวัดมีลักษณะคล้ายอาคารหินขนาดใหญ่ มีเสา โค้ง และรายละเอียดประติมากรรมที่แปลกตา รวมถึงรูปสัตว์และสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่ซ่อนอยู่ตามอาคาร ตอนนี้ก็มีความแข็งแรงทนทานจนถึงปัจจุบัน
วัดย่านสึกิจิแห่งนี้ ไม่ได้มีดีแค่สถาปัตยกรรมสุดแปลกตา แต่ยังเป็นสถานที่ที่ผู้คนแวะมาไหว้พระและตั้งจิตขอพรในช่วงสำคัญของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การงาน ความรัก สุขภาพ ครอบครัว หรือการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ ที่นี่ประดิษฐาน พระอมิตาภพุทธ พระประธานของนิกายโจโดชินชู โดยทางวัดแนะนำวิธีไหว้และถวายเครื่องหอมดังนี้ค่ะ
1.โค้งคำนับเบา ๆ ให้พระอมิตาภพุทธ แล้วก้าวเข้าไป 1 ก้าว
2.ใช้นิ้วมือหยิบผงเครื่องหอม ใส่ลงในกระถางธูป 1 ครั้ง (ไม่ต้องยกผงธูปขึ้นมาจรดหน้าผากเหมือนวัดอื่น ๆ)
3.ประนมมือ และ สวด 「南無阿弥陀仏」Namu Amida Butsu (นโม อมิตตพุทธ) แล้วก้มศีรษะไหว้
4.ถอยหลัง 1 ก้าว แล้วโค้งคำนับอีกครั้งก่อนออก
ที่นี่ไม่มีเครื่องรางหรือเครื่องรางนำโชค และไม่มีโกะชูอิน (ตราประทับศาลเจ้า) แต่มีบัตรที่ระลึกสำหรับผู้มาสักการะ ให้เก็บเป็นที่ระลึกค่ะ
ที่เฟซบุ๊กเพจ “Fan Japan Fun” ยังมีโพสต์เกี่ยวกับญี่ปุ่นอีกเพียบ บางครั้งก็มีแบบสอบถามสนุกๆ ให้ได้ร่วมลุ้นของรางวัลสุดพิเศษ
ใครสนใจอย่าลืมกดติดตามกันนะ
ติดตามได้ที่นี่
















